January 23, 2026
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการเก็บตัวอย่างแค่ “เซลล์กระพุ้งแก้ม” ถึงสามารถยืนยันความเป็นพ่อลูกกันได้อย่างเด็ดขาด? คำตอบอยู่ที่ “รหัสพันธุกรรม”

1. กฎ 50/50 ของการสืบทอดพันธุกรรม
มนุษย์เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับชุดโครโมโซมที่เป็นเหมือน “พิมพ์เขียว” ของร่างกาย โดยเราจะได้รับ:
🔸50% จากคุณแม่ (ผ่านทางไข่)
🔸50% จากคุณพ่อ (ผ่านทางอสุจิ)
นั่นหมายความว่า เมื่อนักวิทยาศาสตร์นำ DNA ของลูกมากางออก ทุกๆ ตำแหน่งบนสาย DNA ของลูก “ต้อง” มีส่วนที่ตรงกับแม่ หรือไม่ก็ต้องตรงกับพ่ออย่างน้อยครึ่งหนึ่งเสมอ หากมีตำแหน่งใดที่ไม่ตรงกับทั้งพ่อและแม่เลย นั่นคือสัญญาณของความไม่สัมพันธ์ทางสายเลือด
2. การตรวจเจาะจงที่ “เครื่องหมายทางพันธุกรรม” (Genetic Markers)
เราไม่ได้ตรวจ DNA ทั้งหมดที่มีอยู่มหาศาล แต่ห้องแล็บจะเจาะจงดูตำแหน่งที่เรียกว่า STR (Short Tandem Repeats) ซึ่งเป็นจุดที่มีความหลากหลายสูงมากในแต่ละบุคคล
🔸โดยปกติจะตรวจตั้งแต่ 16 ถึง 24 ตำแหน่ง (หรือมากกว่า)
🔸การที่คนสองคนที่ไม่ใช่พ่อลูกกันจะมีตำแหน่ง STR ตรงกันทั้งหมดหลายสิบจุดนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากจนแทบจะเป็นศูนย์
3. ตัวเลข 99.99% และ 0% หมายถึงอะไร?
นี่คือมาตรฐานสากลที่ใช้ในการรายงานผล:
🔸กรณีใช่พ่อลูกกัน (Probability of Paternity > 99%): ในทางสถิติเราไม่ใช้ 100% เพราะต้องเผื่อโอกาสที่อาจมีฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน แต่ตัวเลข 99.99% คือการยืนยันว่า “มีความเป็นไปได้สูงสุดจนแทบไม่มีข้อสงสัย” ว่าเป็นพ่อลูกกันจริง
🔸กรณีไม่ใช่พ่อลูกกัน (Probability of Paternity = 0%): หาก DNA ในตำแหน่งที่ตรวจไม่สอดคล้องกันตามเกณฑ์มาตรฐาน ผลจะออกมาเป็น 0% ทันที ซึ่งหมายถึง “ปฏิเสธความเป็นพ่อ” โดยสิ้นเชิง (Inclusion vs. Exclusion)
สรุป: ทำไมถึงเชื่อถือได้?
เพราะ DNA คืออัตลักษณ์ที่ติดตัวเรามาตั้งแต่ปฏิสนธิและไม่เปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต การตรวจ Paternity Test จึงเป็นการพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ ทรงพลังและแม่นยำที่สุด ในปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.bccgroup-thailand.com/paternity-testing
65/17-18 ซอยวิภาวดีรังสิต 16/6 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์ : 02-690-0063, 086-306-2084 090-907-4230
แฟกซ์ : 02-690-0064
อีเมล : info@bccgroup-thailand.com